ขุนแผนน้อย(กุมารทองเรือนแก้ว หรือพรายแก้ว) อาจารย์สมราชฐ์




รหัส 02667
ประเภท พระขุนแผน
ราคา 600.00
สถานะ [พร้อมเช่า]

ԸСêԹ'

ขุนแผนน้อย(กุมารทองเรือนแก้ว) พรายแก้ว หรือกุมารทองเรือนแก้ว จัดสร้างในปี 2552 โดยรวบรวมมวลสารศักดิ์สิทธิ์ต่างอาทิเช่น ดิน 7 ป่าช้า, ดิน 7 ท่า, ดิน 7 โป่ง ,ดิน 7 ทุ่งนา ,ดิน 7 จอมปลวก,ดินใจกลางตลาด 7 ตลาด, ผงว่านที่สำคัญต่างๆอาทิเช่น ว่านกุมารทอง,ว่านถุงเงินถุงทอง ...ฯลฯ ,ไม้กาฝากที่สำคัญหลายชนิดอันได้แก่ กาฝากมะยม กาฝากดอกแก้ว ...ฯลฯ

และที่สำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้คือ ผงมหาภูติพรายทองคำของหลวงปู่ชื่น ผงนี้ไม่ใช่ผงพรายกุมารธรรมดาที่เข้าใจกัน แต่เป็นผงที่สร้างโดยยอดพระเกจิอาจารย์คือหลวงปู่ชื่นที่ท่านได้ทำไว้และมอบไว้ให้กับอาจารย์สรายุทธศิษย์ผู้สืบทอดตำราและวิชาของท่าน ไว้เพื่อใช้สร้างวัตถุมงคล โดยอาจารย์สรายุทธเล่าว่าผงนี้หลวงปู่ได้สร้างขึ้นเป็นพิเศษ โดยผงอัฐิ(เถ้ากระดูก)ของเด็กที่มีบุญบารมีมากพอสมควร โดยท่านทำการปลุกเสกจนบางทีผงก่อขึ้นเป็นรูปร่างๆต่างๆ ท่านก็ทำการบดเป็นผงและปลุกเสกต่อจนผงนั้นก่อรูปร่างขึ้นใหม่ ท่านก็บดและปลุกเสกต่ออย่างนั้นจนนิมิตเป็นเป็นสีทองแผ่ออกมาจากผงนั้นจึงถือได้ว่าสำเร็จตามตำรา จึงขนานนามผงวิเศษนี้ว่า "ผงมหาภูติพรายทองคำ" โดยในสมัยที่หลวงปู่ชื่นท่านยังดำรงธาตุขันธ์อยู่นั้นในวัตถุมงคลของท่านไม่ว่าจะเป็นขุนแผน หรือวัตถุมงคลอื่นๆ โดยเฉพาะกุมารทองท่านจะใส่ผงพรายทองคำนี้ลงไปด้วยเสมอ จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมวัตถุมงคลของหลวงปู่ชื่นนั้นขลังยิ่งนัก ว่ากันว่าหากทำเครื่องรางแล้วใส่ผงพรายทองคำนี้ไปเพียงแค่เม็ดทรายก็ขลังยิ่งนัก

ผงมหาภูติพรายทองคำ ได้นำมาเป็นมวลสารในการสร้างกุมารรุ่นนี้ด้วย เพื่อใช้เป็นผงปฐมกำเนิดของกุมารน้อยแต่ละตน ซึ่งเป็นผงที่สำคัญมากเพราะเมื่อกุมารได้จุติคือเกิดแล้วผงนี้จะทำให้กุมารทองที่เรียกจุตินั้นมีอิทธิ์ฤทธิ์ทันที ซึ่งมวลสารแต่ละอย่างล้วนแล้วแต่เป็นเป็นสิ่งสำคัญที่มีคุณวิเศษทางด้านต่างๆหลังจากรวมธาตุกันแล้วเป็นการเสริมเพิ่มทำให้กุมารทองมีอิทธิฤทธิ์อำนาจมากยิ่งขึ้น นำมวลสารทั้งหมดมาประชุมธาตุกดพิมพ์เป็นรูปกุมารทองน้อยน่ารักนั่งอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ตามแบบฉบับเคล็ดลับที่ว่ากุมารทองนั้นเป็นลูกของขุนแผน ผู้ที่สร้างกุมารทองได้ขลังที่สุดคือองค์ขุนแผน กุมารทองของขุนแผนมีฤทธิ์เดชมากเป็นต้นแบบของกุมารทองทั้งหมด และเนื่องจากพระพิมพ์ขุนแผนจะมีลักษณะเป็นพระหรือเป็นองค์ขุนแผนประทับนั่งอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ดังนั้นกุมารลูกของขุนแผนก็ต้องนั่งอยู่ในซุ้มเรือนแก้วเหมือนกันกับพ่อแผนเพื่อให้เป็นเคล็ดให้มีความขลังมากยิ่งขึ้น

พิธีปลุกเสกโดยเกจิอาจารย์ดังนี้
1.พิธีปลุกเสกโดยอาจารย์สมราชฐ์ปลุกเสก โดยการเรียกจิตกุมารทอง ลงจุติกำเนิดเกิดเป็นกุมารทอง ทำการปลุกเสกตามตำราตั้งแต่การตั้ง ธาตุ 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ ใส่ขันธ์ 5 เรียกสูตรเรียกรูปเรียกนาม ปลุกเสกเรียกอาการ 32 ตั้งแต่เส้นผมลงไปจนถึงปลายเท้า ทำการปลุกเสกโดยอนุโลมและปฏิโลม จนเกิดเป็นรูปร่างมีชีวิตจิตใจเหมือนมนุษย์เป็นกุมารทองน้อยน่ารักสมบูรณ์แบบ จากนั้นเสกชุบด้วยมนต์คาถา ในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นทางด้าน มหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม เพื่อให้กุมารมีฤทธิ์ใครเห็นรักชอบเป็นที่ต้องตาต้องใจต่อผู้ที่ได้พบเห็น มนต์เรียกจิตเอาไว้สำหรับเรียกคนเข้าร้าน เรียกใจคู่สามีภริยาที่เอาใจออกห่าง มนต์มหาเศรษฐีเพื่อให้กุมารมีฤทธิ์ทางด้านเรียกเงินทอง และมนต์คาถาอื่นอีกหลายบทจนขลัง โดยกุมารรุ่นนี้อาจารย์สมราชฐ์ปลุกเสกให้ถึง 7 วัน

2.พิธีปลุกเสกโดยอาจารย์สรายุทธ แห่งสำนักติคณาโณ สำนักผู้สืบทอดสายวิชาของหลวงปู่ชื่น โดยอาจารย์สรายุทธนำกุมารรุ่นนี้ไปปลุกเสกเพิ่มฤทธิ์เดช ตามตำรับกุมารทองสายหลวงปู่ชื่นถึง 1 เดือนเต็ม โดยปลุกเสกให้กุมารมีฤทธิ์เดชเก่งในด้านต่างๆ หลังจากปลุกเสกเสร็จอาจารย์สรายุทธบอกว่า ෳกุมารนี้ดีจริงๆ เก่งมีฤทธิ์เดชมาก กุมารขลังๆแบบนี้อีกหน่อยคนจะหากันมาก෴

กุมารทองเรือนแก้ว หรือขุนแผนน้อย(พรายแก้ว) ขนาดพกพาสามารถบูชาติดตัวเพื่อคุ้มครองป้องกันเป็นพรายกระซิบ เตือนภัย ให้ช่วยเหลือในด้านต่างๆ(ที่ไม่เกินวิสัยและบุญของผู้เลี้ยง) ได้ดียิ่งนักหรือจะ บูชาไว้บูชาไว้กับบ้านเรือน สำนักงาน ร้านค้า หรือผู้ที่ค้าขายอยู่เพื่อให้ช่วยเหลือในด้านต่างๆเช่นเฝ้าบ้านคุ้มครอง เตือนภัย ช่วยค้าขายเรียกโชคลาภ บูชาเถิดให้แต่คุณประโยชน์ดีนักแลฯ

โดยขุนแผนน้อย หรือกุมารทองเรือนแก้ว แบบนี้เป็นแบบปัดทองด้านหน้า ด้านหลังฝังตะกรุดเงิน 1 ดอก มีจาร

คาถาบูชากุมารทองเรือแก้ว
ตั้งนะโม 3 จบ ตามด้วย กุมาโร มามะมะ เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ นะมะพะทะ (3 จบ) (คาถานี้เป็นคาถาเรียกกุมารใช้ท่องครั้งเดียวตอนเอาเข้าบ้าน หรือท่องเรียกเพื่อให้อาหาร หรือจะบนสิ่งใด)

คาถาปลุกกุมารเพื่อให้ให้มีฤทธิ์
ปะติสังขาโย นิโสแวะ ปะติแวะมาแวะ นะเมตตาปัญจะพุทธา นะมามิหัง เมตตากรุณา นะจุ่มๆ โมจุ่มๆ พุทจุ่มๆ ธาจุ่มๆ ยะจุ่มๆ จุ่มๆสวาหะ เอหิตาตะ ปิยะปุดตะปุเร ถะมะมะปาระมิงหะทะยัง เมพิสินเจถะกะโก ถะเอหิกุมารามะมะ นะมะพะทะฯ ใช้คาถานี้หมั่นปลุกเสมอ